25.03.2026
บอกต่อ 9 รถประหยัดน้ำมันมือสอง ราคาต่ำกว่าล้านปี 2026
รถเก๋งประหยัดน้ำมันมือสอง ราคาน่าซื้อ อัปเดตปี 2026
Key takeaway
รถประหยัดน้ำมันมือสอง ที่ราคาต่ำกว่าล้าน และน่าซื้อในปี 2026 ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม Eco Car และรถซีดานไฮบริด ที่มีจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง (มากกว่า 20 กม./ลิตร) รวมถึงมีขนาดเครื่องยนต์ที่เหมาะสม โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมก็จะมีตั้งแต่ Mitsubishi Attrage, Nissan Almera 1.0 Turbo, Toyota Yaris Ativ, และ New Honda City ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองด้วยความคุ้มค่าและประหยัดน้ำมัน
Table of Content
- ซื้อรถมือสองประหยัดน้ำมันต้องดูจากอะไรบ้าง ?
- 1. Mitsubishi Attrage
- 2. Nissan Almera 1.0 Turbo
- 3. Toyota Yaris Ativ
- 4. Mazda2 Hatchback 1.3
- 5. Suzuki Swift
- 6. MG 5
- 7. New Honda City
- 8. Honda City Hatchback 1.0 SV
- 9. Toyota Corolla Altis 1.8 Hybrid GR Sport
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถประหยัดน้ำมันมือสอง (FAQs)
- Q : รถยนต์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Eco Car และรถ Hybrid มีความแตกต่างด้านความประหยัดน้ำมันอย่างไร ?
- Q : รถประหยัดน้ำมันมือสอง เหมาะกับการขับขี่แบบใด ?
- Q : หากต้องการซื้อรถประหยัดน้ำมันมือสองที่มีการรับประกันคุณภาพ ควรเลือกซื้อจากที่ใด ?
ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนที่กำลังมองหารถยนต์มือสองมาใช้งาน ให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำมันเป็นอันดับแรก ๆ แต่คำถามคือ ท่ามกลางตัวเลือกที่มีอยู่มากมายในตลาดรถมือสอง เราควรซื้อรถรุ่นไหนดีที่ทั้งประหยัดน้ำมันและขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ? บทความนี้จะมาเป็นคู่มือ แนะนำ 9 รถประหยัดน้ำมันมือสอง ที่เข้าถึงได้ง่ายในราคาต่ำกว่าล้าน อัปเดตล่าสุดปี 2026 แต่จะมีรุ่นไหนบ้างไปหาคำตอบกันได้เลย
ซื้อรถมือสองประหยัดน้ำมันต้องดูจากอะไรบ้าง ?
รถที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดน้ำมัน ส่วนใหญ่มักเป็นรถในกลุ่ม Eco Car ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดมลพิษและประหยัดเชื้อเพลิง โดยมีเกณฑ์พิจารณาง่าย ๆ ดังนี้
- อัตราสิ้นเปลือง มาตรฐานที่ยอมรับได้คือ ต้องทำได้มากกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร ขึ้นไป
- ขนาดเครื่องยนต์ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องยนต์ 1.0 Turbo หรือ 1.2 ลิตร ที่ให้พละกำลังเพียงพอแต่กินน้ำมันน้อย
- น้ำหนักและเกียร์ ตัวรถมีน้ำหนักเบาและใช้ระบบเกียร์ CVT ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลและรักษารอบเครื่องยนต์ได้ดี
- การใช้งานจริง ควรเทียบตัวเลขโรงงานกับรีวิวการใช้งานจริง (Actual MPG) เพราะสภาพการจราจรในเมืองส่งผลต่อตัวเลขนี้โดยตรง

1. Mitsubishi Attrage
Mitsubishi Attrage เป็นรถอีโคคาร์มือสองที่มาพร้อมสมรรถนะเต็มเปี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ตโฟน ระบบช่วงล่างแบบอิสระทั้งหน้าและหลัง และระบบนิรภัยที่ครบครัน อีกทั้งยังมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง จะเป็นคนโสดหรือครอบครัวขนาดเล็กก็ใช้งานได้ ขับขี่ได้อย่างสะดวกและคล่องตัว
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 215,000 - 400,000 บาท

2. Nissan Almera 1.0 Turbo
Nissan Almera 1.0 Turbo เป็นรถเก๋งประหยัดน้ำมัน ที่ในตลาดรถมือสองกำลังได้รับความนิยมและหลายคนกำลังตามหา มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ เทอร์โบ 1 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ควบคุมง่าย ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีครบครัน ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบเบรก ABS พร้อม EBD กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ห้องโดยสารกว้างขวาง ขนาด 4 ที่นั่ง ทั้งยังมีดีไซน์สปอร์ต สวยงาม ทันสมัย
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 450,000 บาท
3. Toyota Yaris Ativ
Toyota Yaris Ativ เป็นรถประหยัดน้ำมันมือสองเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-iE ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ ที่สำคัญคือ ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Sequential Shift อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ให้ความรู้สึกหรูหราและโฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง ขับขี่สะดวก คนนั่งก็แสนสบาย
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 549,000 บาท

4. Mazda2 Hatchback 1.3
Mazda2 Hatchback เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ยอดนิยม สำหรับคนที่กำลังมองหารถประหยัดน้ำมันมือสอง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ทั้งยังสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร ขับขี่สะดวกและคล่องตัวด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 300,000 - 439,000 บาท
5. Suzuki Swift
Suzuki Swift เป็นหนึ่งในรถอีโคคาร์มือสองที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยจุดเด่นด้านความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน และดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร DUALJET 4 สูบ ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างลื่นไหล และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ควบคุมง่าย ตอบสนองไว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ใช้งานสะดวก ติดตั้งหน้าจอสัมผัส รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถขนาดกะทัดรัด ขับสนุก และประหยัดน้ำมัน
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 300,000 - 500,000 บาท
6. MG 5
MG 5 เป็นรถซีดานที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและพื้นที่ภายในกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้สมรรถนะที่ดีและการขับขี่ที่ลื่นไหล อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.3 กิโลเมตรต่อลิตร เกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด ขับขี่นุ่มนวล พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ดีไซน์ภายนอกมีความทันสมัยและโฉบเฉี่ยว ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถที่ดูพรีเมียม ขับสนุก และมีฟีเจอร์ครบครัน
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 350,000 - 500,000 บาท
7. New Honda City
หากให้แนะนำรถประหยัดน้ำมันมือสอง ที่ควรจับจองเป็นเจ้าของ หนึ่งในนั้นต้องเป็น New Honda City อย่างแน่นอน เนื่องจากสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มาพร้อมขุมพลัง TURBO กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมระบบนิรภัยที่ครบครัน มั่นใจทุกเส้นทาง ขับขี่ได้ทุกสภาพถนน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง ตอบโจทย์การขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย ดีไซน์สวยงามโฉบเฉี่ยว เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างลงตัว
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 450,000 - 600,000 บาท
8. Honda City Hatchback 1.0 SV
รถประหยัดน้ำมันมือสองอีกหนึ่งรุ่น ที่เป็นตัวเลือกอันชาญฉลาด เพราะรุ่นนี้ได้มีการอัปเกรดระบบความปลอดภัย Honda SENSING มาให้เป็นมาตรฐานตั้งแต่ Minorchange พร้อมจุดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์ของเบาะ Ultra Seat ที่พับได้หลากหลาย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.0 Turbo ที่ให้พละกำลังสูงแต่ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการรถใช้งานในเมืองที่คล่องตัวและทันสมัย
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 500,000-600,000 บาท
9. Toyota Corolla Altis 1.8 Hybrid GR Sport
ซีดานไฮบริดรุ่นท็อปที่ปรับโฉมใหม่ (Minorchange) มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion รุ่นใหม่ ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร โดดเด่นด้วยช่วงล่างจูนพิเศษจาก GR Sport ที่หนึบแน่นกว่ารุ่นปกติ ภายในทันสมัยด้วยจอไมล์ดิจิทัล 12.3 นิ้ว และมั่นใจได้ด้วยการการันตีแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เป็นรถที่ประหยัดและขับสนุกที่สุดในตระกูล Altis
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 600,00-800,000 บาท
รถประหยัดน้ำมันมือสองทั้ง 9 รุ่นที่รวบรวมมาแนะนำ สามารถเลือกซื้ออย่างอุ่นใจได้ที่ Autovilla ศูนย์รับซื้อขายแลก-เปลี่ยนรถยนต์ ที่มีรถมือสองสภาพดีหลากรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกมากที่สุด พร้อมบริการจัดไฟแนนซ์ สำหรับรถยนต์ที่ขายผ่าน Autovilla ทุกคัน ล้วนผ่านการตรวจประเมินสภาพรถยนต์ถึง 344 จุด จาก Goo Inspection ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมช่วยจัดหาไฟแนนซ์ด้านสินเชื่อรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกท่าน มีสาขาให้บริการรวม 3 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และปทุมธานี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- สาขาศรีนครินทร์ โทร. 097-921-9552
- สาขาร่มเกล้า โทร. 095-906-0633
- สาขาลำลูกกา โทร. 092-940-5098
ข้อมูลอ้างอิง
- รถประหยัดน้ำมัน 2024 รุ่นไหนดี เซฟค่าใช้จ่าย ราคาไม่เกินล้าน. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 จาก https://car.kapook.com/view280506.html
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถประหยัดน้ำมันมือสอง (FAQs)
Q : รถยนต์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Eco Car และรถ Hybrid มีความแตกต่างด้านความประหยัดน้ำมันอย่างไร ?
A : รถ Eco Car จะเน้นขนาดเครื่องยนต์เล็ก คือ 1.0-1.2 ลิตร และน้ำหนักเบาเพื่อให้ประหยัดน้ำมัน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเริ่มต้นที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป ส่วนรถ Hybrid เช่น Toyota Corolla Altis Hybrid จะใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ซึ่งมักให้อัตราสิ้นเปลืองสูงและมีกำลังขับเคลื่อนที่ดีกว่าในขณะที่ราคามือสองอาจสูงกว่า Eco Car เล็กน้อย
Q : รถประหยัดน้ำมันมือสอง เหมาะกับการขับขี่แบบใด ?
A : รถประหยัดน้ำมันมือสอง ตอบโจทย์กับการใช้งานหลักในเมือง เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัด ขับขี่คล่องตัว หาที่จอดง่าย และเน้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมในการจราจรในเมือง
Q : หากต้องการซื้อรถประหยัดน้ำมันมือสองที่มีการรับประกันคุณภาพ ควรเลือกซื้อจากที่ใด ?
A : สามารถเลือกซื้อรถประหยัดน้ำมันมือสองคุณภาพดีได้ที่ Autovilla ซึ่งเป็นศูนย์รับซื้อขายแลก-เปลี่ยนรถยนต์ โดยรถทุกคันที่จำหน่ายผ่าน Autovilla ได้ผ่านการตรวจประเมินสภาพรถยนต์ถึง 344 จุด จาก Goo Inspection ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมมีบริการจัดไฟแนนซ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า