25.03.2026
อัปเดตปี 2569 ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม ควรทำอย่างไร ?
ชวนมาอัปเดตทุกข้อมูลที่ควรรู้เมื่อทำใบขับขี่หาย ปี 2569
Key takeaway
ผู้ที่ทำใบขับขี่หาย โดยเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่ว่าจะเป็นประเภท 2 ปี หรือ 5 ปี) ปัจจุบันไม่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่สามารถติดต่อทำใบขับขี่ใหม่ได้ทันทีที่กรมการขนส่งทางบก แต่หากเป็นใบขับขี่สาธารณะ ต้องไปแจ้งความก่อน เพื่อนำใบแจ้งความมายื่น โดยขั้นตอนหลักคือ เตรียมเอกสาร, จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue, ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, ชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูปรับใบขับขี่ใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 205 บาท ทั้งนี้ หากใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี อาจจะต้องเข้ารับการอบรม หรือทดสอบข้อเขียนและขับรถใหม่ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใบขับขี่หมดอายุ
Table of Content
- เหตุผลที่ควรรีบทำใบขับขี่ใหม่ หากใบขับขี่หาย
- ป้องกันการถูกปรับหรือดำเนินคดี
- ป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
- ความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ
- ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม ? และต้องแจ้งภายในกี่วัน ?
- กรณีใบขับขี่รถส่วนบุคคลหาย
- กรณีใบขับขี่สาธารณะหาย
- โทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่
- ขั้นตอนการทำใบขับขี่ใหม่ หลังจากทำใบขับขี่หาย
- ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ใหม่ กรณีทำใบขับขี่หาย
- ใบขับขี่หายต้องอบรมทำใบขับขี่ใหม่หรือไม่ ?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำใบขับขี่ใหม่ กรณีทำใบขับขี่หาย (FAQs)
- Q : การทำใบขับขี่ใหม่ในกรณีสูญหาย จำเป็นต้องไปที่สำนักงานขนส่งที่ออกบัตรให้ครั้งแรกหรือไม่ ?
- Q : ถ้าใบขับขี่หาย แล้วตรวจพบว่า "หมดอายุ" ไปนานแล้ว ต้องอบรมกี่ชั่วโมง ?
- Q : หากใบขับขี่หายแต่ยังไม่สะดวกไปทำใหม่ สามารถใช้ภาพถ่ายในมือถือแทนได้หรือไม่ ?
เพราะใบขับขี่เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่าเราได้รับอนุญาตให้ขับยานยนต์บนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นเอกสารชิ้นแรกที่เจ้าหน้าที่จะเรียกให้แสดงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงควรพกใบขับขี่ไว้กับตัวตลอดเวลาเมื่อขับขี่ยานพาหนะไปยังสถานที่ต่าง ๆ
สำหรับคนที่กังวลใจเพราะทำใบขับขี่หาย และไม่รู้ว่าต้องเริ่มจับต้นชนปลายตรงไหนดี ต้องบอกก่อนว่า ขั้นตอนการทำใบขับขี่ใหม่นั้นมีความสะดวกและปลอดภัย ดังนั้นเพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลสำคัญที่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรรู้ Autovilla จะมาตอบข้อสงสัย ในกรณีที่ทำใบขับขี่หายต้องทำอย่างไรพร้อมข้อมูลอัปเดตปี 2569 เพื่อให้ทุกคนสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น
เหตุผลที่ควรรีบทำใบขับขี่ใหม่ หากใบขับขี่หาย
การปล่อยให้ใบขับขี่หายโดยไม่รีบดำเนินการใหม่ อาจส่งผลกระทบในหลากหลายประการ ดังนี้
ป้องกันการถูกปรับหรือดำเนินคดี
การขับขี่รถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจราจรและจำเป็นต้องได้รับโทษ โดยโทษของการฝ่าฝืนกฎดังกล่าวประกอบไปด้วย ปรับไม่เกิน 1,000 บาท, จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำและปรับ
ป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากเหตุไม่คาดฝัน และไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ฉกฉวยนำใบขับขี่ที่เราทำหายไปใช้ในทางที่ผิด ทุกคนควรรีบทำใบขับขี่ใหม่ให้เร็วที่สุด ใบขับขี่ใบเก่าจะได้ไม่สามารถนำมาใช้งานทางกฎหมายได้อีกต่อไป
ความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ
เพราะใบขับขี่เป็นหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ดังนั้นเราจึงสามารถใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ แต่นอกจากประโยชน์ข้อนี้แล้ว การมีใบขับขี่ไว้กับตัวยังจะช่วยให้เราได้รับการคุ้มครองจากประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงสามารถขับรถในต่างประเทศได้ (เฉพาะประเทศในกลุ่ม ASEAN) และสามารถใช้เป็นหลักฐานเมื่อต้องการเช่ารถ เป็นต้น
ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม ? และต้องแจ้งภายในกี่วัน ?
หลายคนอาจมีความสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมาย หากทำใบขับขี่หาย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีใบขับขี่รถส่วนบุคคลหาย
สำหรับใครที่สงสัยว่าถ้าเราทำใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม ? คำตอบก็คือไม่จำเป็นต้องแจ้งความในกรณีที่เป็นใบขับขี่ส่วนบุคคล โดยเราสามารถไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อทำใบขับขี่ใหม่ได้เลย
กรณีใบขับขี่สาธารณะหาย
หากเป็นกรณีใบขับขี่สาธารณะหาย จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภายในพื้นที่ทันทีที่ทราบว่าใบขับขี่ของตัวเองหาย เพื่อนำใบแจ้งความไปยื่นคำร้องทำใบขับขี่รถสาธารณะใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก
โทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่
สำหรับโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่ สามารถแบ่งแยกได้เป็นหลายกรณี
|
กรณีความผิด |
บทลงโทษสูงสุด |
|
ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ (ไม่ได้พกหรือหาย) |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
|
ใบขับขี่หมดอายุ |
ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
|
ถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่แต่ยังขับรถ |
จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
ขั้นตอนการทำใบขับขี่ใหม่ หลังจากทำใบขับขี่หาย
หากทำใบขับขี่หาย จำเป็นต้องดำเนินการทำใบขับขี่ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่ใบขับขี่ยังไม่หมดอายุจะไม่ต้องสอบใบขับขี่ใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนทั้งหมดมีรายละเอียดตามข้อมูลด้านล่าง ดังนี้
1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงหรือเอกสารยืนยันตัวตนที่ออกโดยราชการ และใบแจ้งความในกรณีที่เป็นใบขับขี่รถสาธารณะ ในกรณีที่ใบขับขี่ส่วนบุคคลอายุ 2 ปีหายเกิน 3 ปีขึ้นไป เราจะต้องยื่นใบรับรองแพทย์ประกอบเป็นหลักฐานให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกด้วย
2. จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue โดยเราสามารถเลือกวัน/เวลารวมไปถึงสำนักงานที่ต้องการเข้าใช้บริการได้ทั้งหมดภายในแอปฯ เดียว
3. ดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบก โดยมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ดังนี้
- ยื่นเอกสาร
- กรอกคำขอ
- ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- ชำระค่าธรรมเนียม
- ถ่ายรูปและรับใบขับขี่ใหม่
กรณีใบขับขี่หายเกิน 3 ปี (ขยายความ)

ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ใหม่ กรณีทำใบขับขี่หาย
1. ค่าธรรมเนียมคำขอ 5 บาท
2. ค่าธรรมเนียมใบแทน (กรณีสูญหายหรือชำรุด) 100 บาท
3. ค่าบริการถ่ายรูปและพิมพ์ใบอนุญาตขับรถ 100 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 205 บาท
ใบขับขี่หายต้องอบรมทำใบขับขี่ใหม่หรือไม่ ?
- กรณีที่ใบขับขี่หายหรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ไม่ต้องอบรม สามารถขอใบขับขี่ใหม่ได้ทันทีตามวัน/เวลา/สถานที่ที่จองผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ได้เลย
- กรณีที่ใบขับขี่หายและหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม 2 ชั่วโมง (สำหรับใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี) และอบรม 5 ชั่วโมง (สำหรับใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี) รวมถึงสอบใบขับขี่ข้อเขียนใหม่ซึ่งจะต้องได้คะแนนมากกว่า 90% หรือได้มากกว่า 45 จากทั้งหมด 50 ข้อ
- ใบขับขี่หายและหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนด ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถใหม่ พร้อมยื่นใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
นี่คือรายละเอียดที่เราได้รวบรวมขึ้นมาเพื่อตอบคำถามให้คนที่กำลังสงสัยว่า หากทำใบขับขี่หายต้องทำอย่างไรอัปเดตปี 2568 และจากรายละเอียดข้างต้น หลายคนคงเห็นแล้วว่าการต่อใบขับขี่เมื่อหมดอายุ หรือทำใบขับขี่ใหม่ รวมถึงเมื่อเกิดกรณีสูญหาย เป็นหน้าที่ที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรับผิดชอบ ดังนั้นหากใครที่รู้ว่าใบขับขี่ของตัวเองหายอย่าลืมทำตามขั้นตอนที่เราได้แนะนำไปจะได้อุ่นใจในการขับขี่ยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้หากผู้ขับขี่คนใดที่กำลังมองหาเต็นท์รถมือสองคุณภาพดี สามารถแวะมาได้ที่ Autovilla เพราะเราคือเต็นท์รถมือสองคัดเกรด โดยรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพรถยนต์ถึง 344 จุด จาก Goo Inspection ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจากประเทศญี่ปุ่น การันตีไม่มีชนหนัก ตัดต่อ น้ำท่วม หรือพลิกคว่ำแน่นอน นอกจากนี้ เรายังมาพร้อมกับบริการรับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ที่คุณมั่นใจได้ในบริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- สาขาศรีนครินทร์ โทร. 097-921-9552
- สาขาร่มเกล้า โทร. 095-906-0633
- สาขาลำลูกกา โทร. 092-940-5098
ข้อมูลอ้างอิง
- ใบขับขี่หายต้องทำอย่างไร เสียเท่าไหร่ กรณีไหนต้องแจ้งความ 2568. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 จาก https://www.autospinn.com/2024/08/how-to-replace-lost-drivers-license-138526
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำใบขับขี่ใหม่ กรณีทำใบขับขี่หาย (FAQs)
Q: การทำใบขับขี่ใหม่ในกรณีสูญหาย จำเป็นต้องไปที่สำนักงานขนส่งที่ออกบัตรให้ครั้งแรกหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็น สามารถเลือกรับบริการที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ใดก็ได้ทั่วประเทศที่สะดวก โดยแนะนำให้จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อความรวดเร็ว
Q: ถ้าใบขับขี่หาย แล้วตรวจพบว่า "หมดอายุ" ไปนานแล้ว ต้องอบรมกี่ชั่วโมง ?
A: ระยะเวลาการอบรมขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่หมดอายุ คือ
- หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรม 2 ชั่วโมง (สำหรับต่ออายุ 5 ปีเป็น 5 ปี) หรือ 5 ชั่วโมง (สำหรับ 2 ปีเป็น 5 ปี) พร้อมสอบข้อเขียนใหม่
- หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด สอบข้อเขียน และ ต้องสอบขับรถใหม่ รวมถึงยื่นใบรับรองแพทย์ด้วย
Q: หากใบขับขี่หายแต่ยังไม่สะดวกไปทำใหม่ สามารถใช้ภาพถ่ายในมือถือแทนได้หรือไม่ ?
A: ตามกฎหมายปัจจุบัน สามารถใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence ของกรมการขนส่งทางบกแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย แต่การมีใบขับขี่ตัวจริงจะสะดวกกว่ามากในการทำธุรกรรมอื่น ๆ เช่น การเช่ารถ หรือการเคลมประกันกรณีเกิดอุบัติเหตุหนัก