26.07.2024
วิธีดูรถมือสอง เลือกซื้อกระบะและรถเก๋งยังไงไม่ให้ถูกหลอก ?
เช็กให้ดี วิธีดูรถมือสอง ปรับใช้ได้ทั้งรถกระบะและรถเก๋ง !
วิธีดูรถมือสองต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงรถที่เคยชนหนัก น้ำท่วม หรือมีปัญหาทางกฎหมาย โดยมีประเด็นหลักที่ต้องใส่ใจ ได้แก่ แหล่งซื้อขาย ซึ่งรถที่ซื้อขายกันเองแบบเจ้าของกับผู้ซื้อ จะมีราคาถูกกว่าและสามารถสอบถามประวัติได้โดยตรง แต่ไม่มีการรับประกันและผู้ซื้อต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เอง ในขณะที่รถเต็นท์มีความสะดวกมากกว่า เนื่องจากมีบริการด้านเอกสารครบถ้วน อีกทั้งยังมีการรับประกันหลังการขาย แต่ราคาอาจสูงกว่า โดยการตรวจสอบตัวรถต้องเน้นที่โครงสร้างภายนอก เช่น ความสมมาตรของตัวถัง ร่องรอยบนน็อตและรอยอาร์ค รวมถึงสภาพคานหน้าเพื่อดูประวัติการชนหนัก จากนั้นต้องตรวจสอบเลขไมล์โดยเปรียบเทียบกับสภาพภายในและประวัติเข้าศูนย์ นอกจากนี้ การตรวจสอบเล่มทะเบียนและการทดลองขับเพื่อประเมินสภาพเครื่องยนต์และช่วงล่างจริง ยังถือเป็นขั้นตอนสำคัญสุดท้ายที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพรถและป้องกันปัญหาหลังการซื้อ
Table of Content
- รถบ้าน VS รถเต็นท์ ทำความเข้าใจแหล่งซื้อขายก่อนตัดสินใจ
- รถบ้าน
- รถเต็นท์ โชว์รูม
- ข้อแนะนำในการเลือกแหล่งซื้อ
- วิธีดูรถมือสอง ! ตรวจสภาพจากจุดสำคัญก่อนซื้อกระบะ
- ตัวถังและสีรถ
- รอยอาร์คและน็อต
- คานหน้ารถและห้องเครื่อง
- ตรวจสอบเครื่องยนต์และดูไมล์แท้
- เลขไมล์
- สภาพภายในห้องโดยสาร
- การทำงานของระบบทั่วไป
-
เช็กระเบียบรถมือสอง ข้อควรรู้เกี่ยวกับเล่มทะเบียนและเอกสารสำคัญ
- ตรวจสอบเล่มทะเบียนแท้ VS สวมเล่ม
- เอกสารประกอบการซื้อขายที่ต้องเตรียม
-
การทดลองขับและข้อพิจารณาทางการเงิน
- การทดลองขับ (Test Drive)
- ทางเลือกทางการเงิน
-
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูรถมือสอง (FAQs)
- Q : รถบ้านกับรถเต็นท์แตกต่างกันอย่างไร ?
- Q : จะสามารถตรวจสอบเลขไมล์แท้ของรถมือสองอย่างไร ?
- Q : วิธีดูรถมือสองที่ผ่านน้ำท่วมสามารถสังเกตได้จากอะไรบ้าง ?
- Q : การทดลองขับมีความสำคัญอย่างไร ?
- Q : การซื้อรถผ่านไฟแนนซ์มีข้อดีอย่างไรต่อผู้ซื้อ ?
รถกระบะ เป็นประเภทรถยนต์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งการขนของและการเดินทาง จะนำไปใช้งานในครอบครัว หรือใช้เพื่อสร้างอาชีพก็ได้ สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะในราคาย่อมเยา การเลือกซื้อรถกระบะมือสองถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งแม้การซื้อรถมือสองอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย หากขาดความรู้ในการตรวจสอบอย่างถูกต้องก็อาจพลาดได้รถที่มีปัญหา เช่น เคยชนหนัก จมน้ำ หรือติดไฟแนนซ์มาก่อน บทความนี้จึงอยากจะพาไปเรียนรู้วิธีดูรถมือสองก่อนการเลือกซื้อ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งการเลือกซื้อรถเก๋งและรถกระบะมาฝากกัน
รถบ้าน VS รถเต็นท์ ทำความเข้าใจแหล่งซื้อขายก่อนตัดสินใจ
การเลือกแหล่งซื้อรถมือสองเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของรถยนต์และกระบวนการซื้อขายโดยรวม โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ รถบ้านและรถเต็นท์ ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ดังนี้
รถบ้าน
รถบ้าน คือรถยนต์ที่เจ้าของขายเองโดยตรง โดยไม่มีตัวแทนหรือผู้ประกอบการเป็นคนกลาง
- ข้อดีของรถบ้าน
- ราคามักจะต่ำกว่ารถเต็นท์ เพราะไม่มีต้นทุนด้านค่าดำเนินการหรือค่าคอมมิชชัน
- ผู้ซื้อสามารถสอบถามประวัติการใช้งานของรถจากเจ้าของได้โดยตรง
- มีโอกาสต่อรองราคากับเจ้าของรถได้ง่าย
- ข้อเสียของรถบ้าน
- ไม่มีการรับประกันหลังการขาย หากพบปัญหาภายหลังจะไม่สามารถเรียกร้องจากผู้ขายได้
- ผู้ซื้อจะต้องดำเนินการจัดเตรียมเอกสารเองทั้งหมด เช่น สัญญาซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ การเช็กสภาพรถ
รถเต็นท์ โชว์รูม
รถเต็นท์ หรือโชว์รูม คือผู้ประกอบการที่รับซื้อรถจากบุคคลทั่วไปเพื่อนำมาจำหน่ายต่อ โดยให้บริการอย่างครบวงจร
- ข้อดีของรถเต็นท์ โชว์รูม
- มีบริการด้านเอกสารครบถ้วน เช่น การจัดไฟแนนซ์ ประกันภัยรถยนต์และการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์
- ผู้ซื้อสามารถเลือกรถได้หลากหลายภายในสถานที่เดียว
- บางแห่งมีการรับประกันหลังการขาย เช่น รับประกันเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้า
- ข้อเสียของรถเต็นท์ โชว์รูม
- ราคามักจะสูงกว่ารถบ้าน เนื่องจากมีต้นทุนค่าดำเนินการและค่าดูแลรถ
- ไม่สามารถสอบถามประวัติการใช้งานรถจากเจ้าของโดยตรง
ข้อแนะนำในการเลือกแหล่งซื้อ
ไม่ว่าจะเลือกซื้อรถจากแหล่งใด ผู้ซื้อควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น
- มีการจดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคลหรือบริษัทจำกัด
- มีหน้าร้าน หรือโชว์รูมจริงที่สามารถตรวจสอบได้
- มีรีวิวและประวัติการให้บริการที่ดี
- พร้อมแสดงเอกสารประกอบการซื้อขายครบถ้วน
การเลือกแหล่งซื้อที่เหมาะสมและปลอดภัยจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ หรือการตรวจสอบประวัติของรถมือสอง
วิธีดูรถมือสอง ! ตรวจสภาพจากจุดสำคัญก่อนซื้อกระบะ
เนื่องจากรถกระบะมีโอกาสชนหนัก หรือถูกใช้งานจนโครงสร้างผิดรูปสูง การตรวจสอบภายนอกจึงสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นวิธีดูรถมือสองเพื่อไม่ให้ถูกหลอกซื้อรถเก่าหรือรถที่โดนน้ำท่วม โดยควรตรวจสอบในเรื่องต่อไปนี้
ตัวถังและสีรถ
ตัวถังและสีภายนอกของรถ สามารถบอกประวัติการซ่อมแซม หรือการเกิดอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่ง จุดที่ควรสังเกตประกอบด้วย
- โครงสร้างโดยรวมของรถ ควรตรวจสอบว่ากันชนหน้า-หลัง หลังคา ประตู ว่ามีความสมมาตรหรือไม่ หากบางชิ้นดูเบี้ยว หรือไม่เสมอกัน อาจเกิดจากการซ่อมแซมหลังอุบัติเหตุ
- พื้นผิวของสีรถ สีของรถควรมีความสม่ำเสมอ เรียบเนียน ไม่มีจุดที่สีเพี้ยน สีใหม่เงากว่าส่วนอื่น หรือมีความรู้สึกสากเวลาลูบสัมผัส ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ามีการพ่นสีใหม่เฉพาะจุด
- การพ่นสีใหม่ทั้งคัน หากพบว่ารถมีการพ่นสีใหม่ทั้งหมด โดยไม่มีเหตุผลประกอบ เช่น รถใหม่ไม่น่าจะต้องทำสี อาจต้องระวังว่าเคยมีการชนหนักและทำสีใหม่เพื่อปกปิดร่องรอย
รอยอาร์คและน็อต
รถทุกคันจากโรงงานจะมีรอยอาร์คและน็อตที่ติดตั้งอย่างมีมาตรฐาน หากมีการชนหนักและนำไปซ่อม การยึดน็อต หรือเชื่อมตัวถังจะมีลักษณะเปลี่ยนไป
- รอยอาร์ค หรือรอยเชื่อมบริเวณขอบประตูและฝากระโปรง โดยควรตรวจรอยเชื่อมดูว่าอยู่ในตำแหน่งมาตรฐานหรือไม่ หากรอยเชื่อมผิดตำแหน่ง หรือขาดหายไป แสดงว่าอาจมีการเปลี่ยนแผง หรือเชื่อมโครงสร้างใหม่
- ร่องรอยบนหัวน็อต ตรวจสอบหัวน็อตบริเวณห้องเครื่อง บานประตู ฝากระโปรงหน้า-ท้าย หากพบร่องรอยจากการขันใหม่ หรือสีของหัวน็อตไม่สม่ำเสมอกับชิ้นส่วนโดยรอบ เป็นไปได้ว่าเคยถอดออกเพื่อซ่อม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วน
คานหน้ารถและห้องเครื่อง
คานหน้ารถเป็นจุดรับแรงสำคัญ หากรถเคยชนด้านหน้า คานมักจะเสียรูปและมีการซ่อม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วน
- สภาพคานหน้ารถ ควรมีรูปทรงตรง ไม่บิดเบี้ยว รูน็อตต้องกลมสมบูรณ์ ไม่ยืด หรือเสียรูป หากรูน็อตมีรอยถ่าง หรือเบี้ยว แสดงว่าเคยมีการถอดหรือซ่อมหนัก
- สีของอะไหล่ โดยสีของเหล็ก หรือโลหะในห้องเครื่องควรมีความเก่าหรือสึกหรออย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าบางชิ้นมีสีของเหล็กที่ใหม่เกินไป หรือเงากว่าชิ้นส่วนข้างเคียง อาจแปลว่าเคยผ่านการเปลี่ยนหลังการชน

ตรวจสอบเครื่องยนต์และดูไมล์แท้
ในกระบวนการเลือกซื้อรถมือสอง การตรวจสอบเครื่องยนต์และเลขไมล์ของรถมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นส่วนที่สามารถบ่งชี้ถึงสภาพโดยรวมของรถและยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกให้ซื้อรถที่ผ่านการใช้งานหนักมาแล้ว โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวรถได้รับการปรับแต่งเพื่อปกปิดความจริง เช่น การกรอเลขไมล์ หรือการล้างเครื่องยนต์เพื่อให้ดูใหม่
เลขไมล์
เลขไมล์คือค่าที่แสดงระยะทางการใช้งานจริงของรถนับตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน ซึ่งสามารถใช้พิจารณาความคุ้มค่าและสภาพของรถได้เบื้องต้น
- ประเมินการใช้งานของรถ หากรถมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี แต่เลขไมล์ต่ำเกินไป เช่น ต่ำกว่า 50,000 กม. ควรสงสัยว่าอาจมีการปรับแต่งเลขไมล์ให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อเพิ่มมูลค่าในการขาย
- ตรวจสอบความสัมพันธ์กับสภาพภายใน สภาพของเบาะ พวงมาลัย แผงคอนโซล หรือแป้นเหยียบ ควรสอดคล้องกับเลขไมล์ หากเลขไมล์ต่ำมาก แต่ภายในมีร่องรอยสึกหรอมากผิดปกติ อาจแปลว่าเลขไมล์ถูกลดลง
- ตรวจสอบเลขไมล์จากศูนย์บริการ รถจากค่ายใหญ่ เช่น Toyota, Honda หรือ Isuzu มักมีการบันทึกเลขไมล์ทุกครั้งที่เข้าศูนย์ ผู้ซื้อสามารถขอข้อมูลย้อนหลังจากศูนย์บริการเพื่อเปรียบเทียบกับเลขปัจจุบัน
สภาพภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสารสามารถสะท้อนระดับการดูแลรักษาและการใช้งานของเจ้าของเดิมได้ โดยมีสิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับวิธีดูรถมือสอง เพื่อไม่ให้ถูกหลอก ดังนี้
- พวงมาลัยและคอนโซล สังเกตว่ามีรอยแตก รอยถลอก หรือความเหนียวผิดปกติหรือไม่ หากพวงมาลัยลอกหรือเหนียว ทั้งที่เลขไมล์ระบุว่าใช้งานน้อย แสดงว่าสภาพใช้งานไม่สอดคล้องกับข้อมูล
- เบาะนั่ง ดูให้ดีว่าเบาะหนัง หรือเบาะผ้ามีรอยขาด รอยยุบ หรือหลุดลุ่ยหรือไม่ หากสภาพเบาะทรุดโทรมมาก มักสื่อถึงการใช้งานหนัก
- กลิ่นอับหรือคราบน้ำ เปิดพรมพื้นรถดูว่ามีความชื้น หรือคราบน้ำหรือไม่ หากพบ อาจแสดงว่ารถเคยถูกน้ำท่วม หรือมีปัญหาการรั่วซึมของยางขอบประตู
- อุปกรณ์เสริม เช่น Sunroof หากรถมีซันรูฟ ควรเปิด-ปิดเพื่อตรวจสอบการทำงานและดูว่าขอบยางมีรอยแตกร้าว หรือรั่วซึมหรือไม่
การทำงานของระบบทั่วไป
ระบบพื้นฐานภายในรถควรทำงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบที่มีผลต่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย
- เครื่องปรับอากาศ ต้องสามารถให้ความเย็นได้ดี ไม่มีเสียงผิดปกติ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ หากพบปัญหา อาจใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อรองราคากับผู้ขาย
- ยางซีล ยางขอบ เช่น ยางขอบประตู ยางหุ้มฝากระโปรง ขอบกระจก ควรมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแข็ง หรือฉีกขาด เพราะอาจทำให้เกิดน้ำรั่วและเสียงลมขณะขับขี่
- ระบบไฟฟ้า ตรวจสอบระบบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก กระจกไฟฟ้า รวมถึงระบบเครื่องเสียงว่าทำงานได้ครบทุกจุด หากมีระบบที่ไม่ทำงานควรสอบถามเหตุผลและใช้ประกอบการตัดสินใจ
เช็กระเบียบรถมือสอง ข้อควรรู้เกี่ยวกับเล่มทะเบียนและเอกสารสำคัญ
การตรวจสอบเล่มทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกซื้อรถที่มีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ หรือเป็นรถที่มาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น รถสวมทะเบียน หรือรถที่ยังติดภาระผ่อนกับไฟแนนซ์
ตรวจสอบเล่มทะเบียนแท้ VS สวมเล่ม
เล่มทะเบียนรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่แสดงถึงสิทธิความเป็นเจ้าของรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนซื้อรถมือสองควรตรวจสอบรายละเอียดในเล่มดังนี้
- ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และประวัติการเปลี่ยนมือ โดยตรวจสอบว่าชื่อผู้ขายตรงกับเจ้าของรถในเล่มหรือไม่ หากชื่อไม่ตรง ควรขอดูหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของเดิมประกอบ
- วันที่จดทะเบียน เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเลขตัวถัง (VIN) และเลขเครื่องยนต์ในเล่มทะเบียน ตรงกับเลขที่อยู่บนตัวรถจริง หากไม่ตรง อาจเป็นสัญญาณของรถที่ถูกดัดแปลง หรือเป็นรถสวมทะเบียน
- ตรวจสอบหน้าที่ 18 เพื่อดูถึงการโอนกรรมสิทธิ์และการดัดแปลงรถ หน้านี้จะแสดงข้อมูลการโอนรถในอดีตและการดัดแปลงสภาพ เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือเป็นรถนำเข้า ควรตรวจสอบว่าเอกสารครบถ้วน และมีลายเซ็นรับรองถูกต้อง
หากพบความผิดปกติในเอกสาร หรือเอกสารมีร่องรอยการแก้ไข ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถคันนั้นทันที
เอกสารประกอบการซื้อขายที่ต้องเตรียม
การซื้อขายรถมือสองที่ปลอดภัยควรมีเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อใช้ในกระบวนการโอนรถยนต์และโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ โดยเอกสารที่ควรเตรียมมีดังนี้
- เล่มทะเบียนรถตัวจริง โดยต้องเป็นฉบับจริงเท่านั้น ห้ามใช้สำเนาเล่มในการโอนกรรมสิทธิ์
- สัญญาซื้อขาย ควรจัดทำอย่างน้อย 2 ฉบับ สำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย โดยระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น รุ่นรถ ทะเบียน ราคา วันนัดโอน
- แบบคำขอโอนและรับโอน (แบบ ตรอ. หรือ แบบ คพ.5) เป็นแบบฟอร์มที่ใช้สำหรับดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ โดยกรอกข้อมูลผู้ซื้อและผู้ขายให้ครบถ้วน
- หนังสือมอบอำนาจ หากเจ้าของรถไม่สามารถไปโอนด้วยตนเอง จำเป็นต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของรถ
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขาย ใช้สำหรับยืนยันตัวตนและการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
การทดลองขับและข้อพิจารณาทางการเงิน
เมื่อตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสอง การทดลองขับและการพิจารณาทางการเงินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยให้มั่นใจในสภาพรถที่เลือก ทำให้สามารถจัดการเรื่องการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทดลองขับ (Test Drive)
การทดลองขับเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรทำก่อนการตกลงซื้อ เนื่องจากจะได้สัมผัสการทำงานของรถในสภาพการขับขี่จริง ทั้งยังเป็นตรวจสอบปัญหา หรือข้อบกพร่องที่อาจไม่สามารถมองเห็นจากการตรวจสภาพภายนอกได้ ดังนี้
- รถต้องได้ระนาบขณะจอด เมื่อจอดรถบนพื้นเรียบ ควรตรวจสอบว่ารถจอดอยู่ในท่าที่สมดุล โดยไม่มีการเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หากพบว่ารถเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง อาจบ่งบอกว่ามีปัญหาที่ระบบช่วงล่าง หรือโครงสร้างรถ
- สตาร์ทแล้วต้องนิ่ง เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว รถต้องเงียบ ไม่มีเสียงแปลก หรือการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ ซึ่งอาจแสดงถึงปัญหาของเครื่องยนต์ หรือระบบภายในรถ
- ไม่มีควันดำ หรือกลิ่นไหม้ หากเริ่มสตาร์ทรถแล้วมีควันดำ หรือกลิ่นไหม้ อาจแสดงถึงปัญหาของเครื่องยนต์หรือระบบไอเสีย ควรหลีกเลี่ยงรถคันนั้น ๆ หรือใช้เป็นจุดในการต่อรองราคา
- ทดสอบระบบช่วงล่าง เมื่อขับผ่านพื้นขรุขระ หรือเนิน ต้องมั่นใจว่าไม่มีเสียง หรือการกระแทกที่ผิดปกติจากระบบช่วงล่าง เพราะรถที่มีช่วงล่างดีจะไม่สะท้านหรือกระแทกแรงเมื่อขับผ่านทางขรุขระ
- ตรวจสอบความสมดุลของพวงมาลัย ขณะขับขี่ ควรทดลองหมุนพวงมาลัยว่ามีการตอบสนองดีหรือไม่ โดยไม่ควรมีอาการหนัก หรือเบาเกินไป รวมถึงควรทดสอบการทำงานของพวงมาลัยให้มั่นใจว่าไม่มีเสียงดัง หรือการตอบสนองที่ผิดปกติ
- การเร่งและการเบรก ตรวจสอบการเร่งและการเบรกของรถว่าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ หากมีการเบรกที่ไม่แข็งแรงหรือมีปัญหาขณะเร่งเครื่อง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางกลไก
ทางเลือกทางการเงิน
การพิจารณาทางการเงินหลังจากการทดลองขับแล้ว เป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเพื่อให้การซื้อรถมือสองเป็นไปอย่างราบรื่น
- ซื้อเงินสด โดยการซื้อรถมือสองด้วยเงินสดจะช่วยให้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน ดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อรถมือสองมักจะสูงกว่า 4-6% ต่อปี ดังนั้นการซื้อด้วยเงินสดจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
- การจัดไฟแนนซ์ หากต้องการจัดไฟแนนซ์ ควรพิจารณารายได้ประจำและรายได้หลังหักภาระหนี้ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งต้องมากกว่า 2 เท่าของค่างวดสินเชื่อที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถผ่อนได้โดยไม่มีปัญหาการเงินในระยะยาว โดยแนะนำให้ศึกษาการคำนวณดอกเบี้ยรถยนต์ เพื่อวางแผนการเงินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ
หวังว่าวิธีดูรถมือสองที่นำมาแนะนำเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองได้รถที่ตรงใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่สำหรับใครที่อยากซื้อรถกระบะมือสอง หรือรถเก๋งมือสองคุณภาพดี สามารถมาเลือกซื้อได้ที่ Autovilla เต็นท์ขายรถมือสองที่คัดสรรรถสภาพนางฟ้ามาให้เลือกอย่างจุใจ รถทุกคันผ่านการตรวจเช็กสภาพอย่างละเอียดถึง 344 จุด โดย Goo Inspection สถาบันการตรวจสอบรถยนต์มือสองมาตรฐานระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น จึงมั่นใจได้ว่าโครงสร้างหลักและระบบช่วงล่างของรถทุกคันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ผ่านการชนหนัก น้ำท่วม หรือไฟไหม้อย่างแน่นอน พร้อมบริการจัดหาไฟแนนซ์เพื่อความสะดวกในทุกขั้นตอน มีโชว์รูมให้แวะชมได้ถึง 3 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และปทุมธานี
- สาขาศรีนครินทร์ โทร. 097-921-9552
- สาขาร่มเกล้า โทร. 095-906-0633
- สาขาลำลูกกา โทร. 092-940-5098
ข้อมูลอ้างอิง
- Expert Tips on How to Inspect a Used Car. สืบค้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 จาก https://www.consumerreports.org/cars/how-to-inspect-a-used-car-a1377126659/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูรถมือสอง (FAQs)
Q : รถบ้านกับรถเต็นท์แตกต่างกันอย่างไร ?
A : รถบ้าน คือการซื้อขายตรงกับเจ้าของรถ ซึ่งสามารถสอบถามประวัติรถได้โดยตรง แต่จะไม่มีการรับประกันหลังการขาย ส่วนรถเต็นท์ คือการซื้อขายผ่านคนกลางหรือนายหน้า ซึ่งมักมีรถให้เลือกหลากหลาย พร้อมมีบริการจัดไฟแนนซ์และมีการรับประกัน ตามเงื่อนไขของแต่ละเต็นท์
Q : จะสามารถตรวจสอบเลขไมล์แท้ของรถมือสองอย่างไร ?
A : ควรตรวจสอบว่าเลขไมล์ที่แสดงสอดคล้องกับอายุและสภาพรถโดยรวมหรือไม่ หากเลขไมล์ต่ำผิดปกติสำหรับรถเก่า อาจมีการปรับแต่ง ซึ่งในปัจจุบันรถหลายยี่ห้อสามารถตรวจสอบเลขไมล์ครั้งสุดท้ายกับศูนย์บริการของยี่ห้อรถยนต์ เพื่อทำการยืนยันได้
Q : วิธีดูรถมือสองที่ผ่านน้ำท่วมสามารถสังเกตได้จากอะไรบ้าง ?
A : สังเกตจากกลิ่นอับที่รุนแรง, ร่องรอยสนิมตามจุดที่ควรแห้ง เช่น รางเบาะ น็อตยึดคอนโซล, เปิดพรมพื้นรถ และห้องเก็บของเพื่อหาคราบโคลน หรือรอยน้ำ รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้าและไฟส่องสว่างว่าทำงานปกติหรือไม่ หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถคันดังกล่าว เพราะอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านระบบไฟฟ้าและกลไกในระยะยาว
Q : การทดลองขับมีความสำคัญอย่างไร ?
A : เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อได้สัมผัสกับเครื่องยนต์และช่วงล่างของรถ ทำให้สามารถจับอาการความผิดปกติของรถ ตรวจสอบความสมดุลของพวงมาลัย การเร่ง การเบรก รวมถึงเสียงที่ดังออกมาจากรถโดยตรง
Q : การซื้อรถผ่านไฟแนนซ์มีข้อดีอย่างไรต่อผู้ซื้อ ?
A : เมื่อลูกค้าซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ สถาบันการเงินจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้การเลือกซื้อรถคันนั้น ๆ